page contents

Laboratory and Functional Facility Design & Build

การออกแบบที่ถูกต้อง คือสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างแรก ที่จะทำให้โครงการก่อสร้างประสบความสำเร็จ

การวางแผนและการดำเนินโครงการที่ถูกต้องคือสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะทำให้โครงการก่อสร้างหนึ่งๆ นั้นสำเร็จหรือล้มเหลว
 
ระบบการจัดการโครงการของ INAXES จะแบ่งโครงสร้างของโครงการอย่างชัดเจน โดยจะแบ่งเป็น 3 เฟส ได้แก่
 
Definition Phase : คือการวิเคราะห์ความต้องการของโครงการในเชิงลึก ซึ่งผลลัพท์ที่จะได้จากส่วนนี้คือ เป้าหมายที่ชัดเจน, ดัชนีชี้วัดความสำเร็จ ข้อจำกัดต่างๆ, งบประมาณ , และ ประโยชน์ ที่จะได้รับ การตีความและกำหนดความต้องการให้ชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะขั้นตอนนี้คือการระบุดัชนีชี้วัดความสำเ็จของโครงการ
 
Planning Phase : คือการนำสิ่งที่ได้จาก Definition Phase มาวางแผนโดยใช้ประโยชน์และข้อจำกัดที่ระบุไว้มาเป็นตัวตั้งซึ่งผลลัพท์ที่จะได้จากส่วนนี้คือ แผนงานโดยละเอียด, ขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย, กรอบเวลาโดยละเอียด, รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมของโครงการ, workflow, drawings, และ technical specification
 
Implementation Phase : คือการนำแผนที่วางไว้มาปฏิบัติ ซึ่งส่วนสำคัญหลักคือ การกำหนดแผนการควบคุมโครงการ, การควบคุมโครงการให้เป็นไปตามแผน, การรายงานผลความคืบหน้า, การรายงานปัญหาและแนวทางแก้ไข, และ การทำรายงานสรุปปิดโครงการ
 
การบริหารโครงการของ INAXES จะเป็นตามมาตรฐานของ Project Management Institute (PMI)
 
ในแต่ละ Phase กระบวนการทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็นขั้นตอนย่อยๆ โดยแต่ละขั้นตอนจะถูกดำเนินการเป็นลำดับขั้น ซึ่งสิ่งที่ได้จากแต่ละขั้นตอนจะเป็น สิ่งที่ป้อนให้กับขั้นตอนต่อไป ดังนั้นการปรับเปลี่ยนใดๆ ที่เกิดกับขั้นตอนนั้นๆ จะมีผลกระทบกับขั้นตอนก่อนหน้านี้เสมอ
 
ดังนั้นขั้นตอนในส่วน Definition & Planning จึงเป็นหัวใจสำคัญต่อการดำเนินการของโครงการทั้งหมด อีกทั้งยังเป็นจุดที่ใช้ตั้งดัชนีชี้วัดความสำเร็จของโครงการ ซึ่งต้องกำหนดไว้เป็น Laboratory Goal โดยในปัจุบัน ปัจจัยที่มีผลต่อการตั้ง Laboratory Goal นั้น มีมาก ซึ่งเกิดจากมาตรฐานที่สูงขึ้น ข้อจำกัด และ ข้อบังคับต่างๆ ที่มีมากขึ้น
 
 
ตัวอย่าง มาตรฐาน ข้อกำหนด และ ข้อบังคับ ที่มีผลต่อการออกแบบห้องปฏิบัติการ
  • LEED
  • Lab 21
  • ASHREA
  • Fume Hood
    • ASHRAE 110
    • EN 14157
  • ISO 17025 (ISO/IEC 17025:1999 General requirements for the competence of testing and calibration laboratories)
  • ISO 15189 (Medical laboratories - Particular requirements for quality and competence)
  • NFPA (National Fire Protection Agency)
  • NIH
  • CDC
  • Building Officials and Code Administrators (BOCA), International Building Code (IBC)
  • Bio-Safety Hazard Classification
  • Chemical Hazard Classification
  • Etc.
 
มาตรฐาน ข้อจำกัด และ ข้อบังคับต่างๆ เหล่านี้ล้วนแล้วมีผลต่อการออกแบบทั้งสิ้น ซึ่งหากต้องการให้ห้องปฏิบัติการผ่านมาตฐาน ข้อจำกัด และ ข้อบังคับต่างๆ สิ่งเหล่านี้ต้องถูกกำหนดไว้เสียแต่ต้น เพราะจะเป็นการยากและมีค่าใช้จ่ายสูง หากมาทำในภายหลัง
 
นอกจากมาตรฐานและข้อกำหนดแล้ว ภาพลักษณ์ความสวยงามก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ซึ่งท้ายที่สุดเราทุกคนต่างก็ต้องการ ปฏิบัติการ ที่สวยงาม แต่ทรงไว้ซึ่งประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูง
 
 
 
วิศวกรรมห้องปฏิบัติการ (Laboratory Engineering)
 
คือการนำหลักการทางวิศวกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวของกับห้องปฏิบัติการ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามความต้องการของ กระบวนการของห้องปฏิบัติการ และ งานด้านสถาปัตยกรรม โดยต้องนำสิ่งต่างๆ มาประกอบตั้งแต่การออกแบบเบื้องต้น เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์มากที่สุดเมื่อปฏิบัติงานจริง
 
ซึ่งหากให้ได้นำเนินการแต่ละขั้นตอนอย่างครบถ้วยสมบูรณ์แล้ว ปัญหาที่จะเกิดขึ้นระหว่างการทำงานก็จะน้อยลงไปอย่างมาก และ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็จะเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
 

  • inaxesservices014.jpg
    Fume Hood Servicing and Maintenance Package Description In order to ensure a safe working environment for personnel working in laboratories, all containment equipment & devic...
Visitors: 69,800